รูปแบบการเชื่อมต่อท่อในการติดตั้งระบบดับเพลิง
รูปแบบการเชื่อมต่อท่อในการติดตั้งระบบดับเพลิง
เลือกประเภทของการเชื่อมต่อท่อที่ดีที่สุดสำหรับการติดตั้งระบบดับเพลิง
มาตรฐานท่อดับเพลิงที่มีคุณภาพ
มาตรฐานส่วนใหญ่จะต้องผลิตภายใต้มาตรฐาน ASTM International ซึ่งเป็นองค์กรที่กำหนดมาตรฐานที่เผยแพร่ข้อกำหนดทางเทคนิคสำหรับบริการและวัสดุที่หลากหลาย เดิมเรียกว่า American Society for Testing and Materials พวกเขาพัฒนาและเผยแพร่มาตรฐานที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางสำหรับการใช้งานต่างๆ
สำหรับท่อเหล็กกล้าสำหรับงานป้องกันอัคคีภัยมี 3 มาตรฐาน ดังนี้
- ASTM A53 เป็นมาตรฐานที่ต่ำที่สุดสำหรับการใช้ในระบบดับเพลิง ท่อ ASTM A53 มีสามความหนาคือ
- ทั่วไป (Schedule 40)
- แข็งแรงพิเศษ (Schedule 80)
- Double extra strong (Schedule 160)
- ASTM A135 มาตรฐานนี้จะครอบคลุมถึงท่อแบบต้านทานกระแสไฟฟ้า ด้วยกระบวนการผลิตที่ทันสมัยขึ้น ส่งผลให้ผนังท่อมีความหนาลดลงและลดโอกาสในการถูกกัดกร่อนจากสารเคมี
- ASTM A795 มาตรฐานสุดท้ายนี้ได้ระบุความหนาของท่อไว้ที่ Schedule 10 ซึ่งพัฒนามาจากมาตรฐาน ASTM A53 และASTM A135 แบบมาตรฐานท่อทั่วไป เนื่องจากมีการเล็งเห็นว่าความหนาที่มากกว่า Schedule 10 เป็นการ Over Spec และสิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ
ปัจจุบันการเลือกใช้ท่อ Schedule 10 หรือ Schedule 40 ยังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่มากสำหรับผู้บริโภคบางกลุ่มที่อาจจะยังไม่ทราบว่าเราสามารถใช้ท่อ Schedule 10 ในการติดตั้งระบบดับเพลิงได้อีกทั้งถูกต้องตามมาตรฐานและกฎหมาย และยังมีความกังวลในเรื่องของการรองรับแรงดันต่างๆ แต่หากดูกันตามความจริงแล้วตัวท่อดับเพลิงที่จะนำมาใช้ได้มีการทดสอบและมีใบรองรับการทดสอบการรองรับแรงดันออกมาจาก Lab แล้ว ซึ่งสามารถมั่นใจได้ว่าท่อ Schedule 10 สามารถรับแรงดันได้ดีไม่แพ้จากท่อ Schedule 40 เลย และยังสามารถลด Load เมื่อนำไปแขวนกับตัวอาคาร อีกทั้งเรื่องของค่าใช้จ่ายยังถูกกว่าท่อ Schedule 40 มาก เพราะฉะนั้นอยากให้ผู้บริโภคหมดความกังวลเรื่องของการนำท่อ Schedule 10 มาใช้ในการติดตั้งระบบดับเพลิง
การเชื่อมต่อท่อและการเชื่อมต่อข้อต่อต่าง ๆ (Joining Of Pipe And Fitting)
- การทำเกลียว (Threaded Pipe and Fitting)หรือการต๊าปเกลียว นิยมใช้กับท่อที่มีขนาด 2 นิ้ว หรือเล็กกว่า ใช้ในระบบของไหลที่ไม่เป็นอันตรายหรืออันตรายเล็กน้อย เช่นงานระบบน้ำ , งานปั๊มลม ส่วนในงานระบบดับเพลิงจะใช้กับท่อที่มีความหนา คือ ท่อ Schedule 30 ที่มีขนาดตั้งแต่ 8 นิ้วขึ้นไป หรือท่อ Schedule 40 ที่มีขนาดตั้งแต่ 1 นิ้วขึ้นไป โดยมีเงื่อนไขว่าความดันต้องไม่เกิน 300 psi จึงจะสามารถทำเกลียวได้ เหตุผลที่ตั้งใช้ท่อที่มีความหนาเนื่องจากการทำเกลียวจะมีการกลึงเอาเนื้อเหล็กบางส่วนออกไปเพื่อที่จะทำให้ท่อเป็นเกลียวซึ่งจะทำให้ท่อในส่วนนั้นบางลงบริเวณข้อต่อต่างๆก็จะรับแรงดันได้น้อยลง หากใช้ท่อที่บางจะยิ่งทำให้บริเวณรอยต่อบางลงไปอีก การทำเกลียวในระบบดับเพลิงจะนิยมใช้กับท่อที่มีขนาดน้อยกว่า 2 นิ้วครึ่ง เพราะสามารถทำเกลียวได้ง่ายและสะดวก
- การเชื่อม(Welded Joint)นิยมใช้อย่างมากในงานระบบดับเพลิงแต่วิธีการนี้ก็ยังมีข้อเสียอยู่มาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการควบคุมคุณภาพที่เกิดจาก Human Error ที่ยังไม่สามารถควบคุมได้ 100% ได้ ดังนั้นหากเชื่อมไม่ดีจะทำให้บริเวณรอยต่อมีปัญหาตามมาได้ หรือแม้กระทั่งสะเก็ดที่เกิดจากการเชื่อมยังคงเป็นปัญหาอยู่ไม่ใช่น้อย แต่ข้อดีก็คือความหนาของท่อยังคงเดิม ไม่มีการไปยุ่งเกี่ยวกับความหนาของท่อ
- การกรู๊ฟ(Grooved Joining Methods) การเชื่อมต่อท่อแบบเป็นอีกหนึ่งวิธีที่เริ่มมีการอย่างแพร่หลายมากขึ้น เพราะวิธีการนี้เป็นวิธีที่สามารถความคุมมาตรฐานการผลิตได้การ Grooved มี 2 วิธี คือ

- การกดร่องท่อ(Standard Roll Groove) วิธีนี้เป็นวิธีที่เหมาะกับท่อ Schedule 10 เนื่องจากความหนาของท่อจะไม่เปลี่ยนแปลง

- การเซาะร่องท่อ(StandCut Grooved) วิธีนี้กจะเหมาะกับท่อ Schedule 40 ขึ้นไป เนื่องจากวิธีการนี้จะมีการเซาะเอาเนื่อเหล็กออกเพื่อทำร่อง จึงเลือกใช้ท่อที่มีขนาดหนา เหตุผลคล้ายกันกับการทำเกลียว
บริษัท เอโอวี เอ็นจิเนียริ่ง ผู้นำด้านการติดตั้งระบบดับเพลิงแบบครบวงจร มีทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญในการออกแบบและการติดตั้งระบบดับเพลิง พร้อมตอบทุกข้อสงสัยของลูกค้าทุกคนด้วยความใส่ใจและเรายังได้มีการจัดเจ้าหน้าที่ จป.วิชาชีพ มาเป็นผู้ช่วยในการตรวจสอบความปลอดภัยในไซต์งานต่าง ๆ ร่วมกับมีการอบรมช่างและทีมงานอยู่เป็นประจำ เพื่อการได้มาซึ่งการติดตั้งระบบดับเพลิงที่มีคุณภาพตรงตามมาตรฐานและมีความปลอดภัยมากที่สุด
ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการติดตั้งระบบดับเพลิง
Facebook :www.facebook.com/aovengineer/
LINE : @aovengineering
Email :naowarat@aoveng.com
Tel :02-7625606-8, 086-3126054
Fax :02-7625609