การใช้งานและความสำคัญของอุปกรณ์แจ้งเหตุเพลิงไหม้แบบด้วยมือ
การใช้งานและความสำคัญของอุปกรณ์แจ้งเหตุเพลิงไหม้แบบด้วยมือ
แม้อาคารจะมีระบบตรวจจับควันอัตโนมัติ แต่อุปกรณ์แจ้งเหตุเพลิงไหม้แบบใช้มือดึงหรือกด (Manual Station) ยังคงเป็นหัวใจสำคัญของการแจ้งเตือนภัยเมื่อมีผู้พบเห็นเหตุการณ์ก่อนระบบทำงาน การรู้วิธีใช้งานที่ถูกต้องจึงเปรียบเสมือนการมีกุญแจสำรองที่ช่วยลดความสูญเสียและปกป้องชีวิตของทุกคนในอาคารได้อย่างทันท่วงที
ขั้นตอนการใช้งานอุปกรณ์แจ้งเหตุเพลิงไหม้ด้วยมือที่ถูกต้อง เพื่อประสิทธิภาพในการส่งสัญญาณเตือน
ในช่วงเวลาที่บ้านหรือที่อยู่อาศัยของเราคือพื้นที่ปลอดภัยที่สุด การปกป้องดูแลสถานที่เหล่านี้ให้ห่างไกลจากอันตรายจึงเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะ “อัคคีภัย” ภัยร้ายที่สามารถเกิดขึ้นได้โดยไม่ทันตั้งตัว หนึ่งอุปกรณ์สำคัญที่ทุกบ้าน หรือไม่ว่าจะเป็นที่ไหนจะต้องมีติดไว้เสมอก็คือ “อุปกรณ์แจ้งเหตุเพลิงไหม้” เพื่อช่วยในการส่งสัญญาณเตือนเมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้ เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยได้อพยพออกไปได้อย่างทันท่วงที
ซึ่งหลายคนอาจจะยังไม่เคยเห็น หรือไม่รู้จักอุปกรณ์แจ้งเหตุเพลิงไหม้ประเภทหนึ่งที่เราเรียกกันว่า อุปกรณ์แจ้งเหตุเพลิงไหม้ด้วยมือ (Manual Pull Station) ถือเป็นอุปกรณ์สำคัญในการแจ้งเตือนเหตุเพลิงไหม้ในอาคารแม้ในยุคที่เทคโนโลยีก้าวหน้าที่มีระบบแจ้งเหตุควันไฟอัตโนมัติ (Automatic Fire Alarm System) ต่างๆ กระจายอยู่ทั่วอาคาร แต่อุปกรณ์แจ้งเหตุเพลิงไหม้ด้วยมือก็ยังคงมีความสำคัญอยู่มาก
ในบทความนี้เราจึงจะพาทุกท่านไปดูความสำคัญของอุปกรณ์แจ้งเหตุเพลิงไหม้ด้วยมือ รวมถึงวิธีการใช้งานอย่างถูกต้อง สำหรับผู้ที่กำลังตัดสินใจติดตั้งในบ้านหรือตามอาคารต่าง ๆ
อุปกรณ์แจ้งเหตุเพลิงไหม้ด้วยมือ คืออะไร?
อุปกรณ์แจ้งเหตุเพลิงไหม้ด้วยมือ (Manual Pull Station) เป็นอุปกรณ์แจ้งสัญญาณเตือนอัคคีภัยแบบใช้มือกด ดึง หรือทุบกระจก ขึ้นอยู่กับการออกแบบในการใช้งานที่เหมาะสม ซึ่งอุปกรณ์แจ้งเหตุเพลิงไหม้ด้วยมือนั้นมักจะนำไปติดตั้งไว้ในบริเวณที่คนสามารถสังเกตเห็นได้ง่าย มองเห็นได้อย่างชัดเจน และจำเป็นที่จะต้องติดตั้งหลายจุดภายในอาคารโดยเน้นบริเวณประตูทางเข้า-ออก เมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้ขึ้น ผู้คนที่พบเห็นจะได้ทำการใช้งานได้ในทันที
อุปกรณ์แจ้งเหตุเพลิงไหม้ด้วยมือ จะมีอยู่ด้วยกัน 2 ประเภทหลัก ๆ คือ แบบ Manual Pull Station คือแบบดึงเพื่อใช้งาน และแบบ Break Glass Call Point คือการทุบกระจกให้แตก โดยการใช้งานจะต้องทำการดึง กด หรือทุบ แล้วตัวเครื่องจะทำหน้าที่ส่งสัญญาณไปยังตู้ควบคุม และหากต้องการปรับตั้งใหม่ก็สามารถทำได้โดยใช้กุญแจไข หรือเปลี่ยนกระจกใหม่
หลักการทำงานของอุปกรณ์แจ้งเหตุเพลิงไหม้ด้วยมือ
อุปกรณ์แจ้งเหตุเพลิงไหม้ด้วยมือ เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ส่งสัญญาณไปยังตู้ควบคุม ซึ่งเมื่อเวลาเกิดเพลิงไหม้อย่างรวดเร็ว ตู้ควบคุมจะยังไม่สามารถตรวจจับเหตุได้ แต่ถ้าหากมีผู้พบเห็นเพลิงไหมก่อน จะต้องรีบไปดึงคันโยก เพื่อให้ตัวอุปกรณ์ได้ส่งสัญญาณไปยังตู้ควบคุมระบบ แล้วตู้ควบคุมระบบก็จะส่งสัญญาณเตือนอีกครั้งเพื่อแจ้งให้ผู้ที่อยู่ภายในอาคารได้ทรราบอย่างทั่วถึง
โดยปกติแล้วอุปกรณ์แจ้งเหตุเพลิงไหม้ด้วยมือ จะมีมีลักษณะการทำงานอยู่ด้วยกัน 2 แบบ คือ
- แบบจังหวะเดียว (Single Action) สามารถทำงานได้เลยทันทีหลังจากการกด ดึง หรือทุบเพียงครั้งเดียว
- แบบสองจังหวะ (Double Action) จะทำงานได้หลังจากมีการกด ดึง หรือทุบ 2 ครั้ง ซึ่งอุปกรณ์แจ้งเหตุเพลิงไหม้ด้วยมือบางประเภทอาจจะต้องมีการกดสวิตช์ก่อนจึงจะสามารถทำงานได้
ความสำคัญของอุปกรณ์แจ้งเหตุเพลิงไหม้ด้วยมือ
การติดตั้งอุปกรณ์แจ้งเหตุเพลิงไหม้ด้วยมือในอาคารเป็นไปตามกฎหมายควบคุมอาคาร เพื่อใช้สำหรับกรณีฉุกเฉิน โดยมีจุดประสงค์คือ
- แจ้งเตือนเหตุเพลิงไหม้ได้อย่างรวดเร็ว : เมื่อเกิดเพลิงไหม้ขึ้น ระบบการทำงานของอุปกรณ์แจ้งเหตุเพลิงไหม้ด้วยมือจะช่วยแจ้งเตือนในทันที เพื่อให้ผู้คนในอาคาร และหน่วยดับเพลิงได้ทราบอย่างทันท่วงที โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่ระบบแจ้งเหตุควันไฟอัตโนมัติทำงานผิดพลาดหรือไม่สามารถตรวจจับควันไฟได้ทันการณ์
- ช่วยให้บุคคลภายในอาคารสามารถแจ้งเหตุเพลิงไหม้ได้โดยตรง : เมื่อมีผู้พบเห็นเหตุเพลิงไหม้ สามารถกดอุปกรณ์แจ้งเหตุเพื่อส่งสัญญาณเตือนภัยได้ทันที เพียงดึงคันโยกลง จะส่งสัญญาณเสียงไซเรนดังก้องทั่วบริเวณ ช่วยให้ผู้คนรับรู้ถึงอันตรายได้อย่างรวดเร็ว โดยที่ไม่ต้องเสียเวลากดเบอร์โทรศัพท์เพื่อเรียกหน่วยดับเพลิง
วิธีการใช้งานอุปกรณ์แจ้งเหตุเพลิงไหม้ด้วยมือ
อุปกรณ์แจ้งเหตุเพลิงไหม้ด้วยมือ มีลักษณะเป็นกล่องสีแดง มีป้ายเขียนว่า “แจ้งเหตุเพลิงไหม้” หรือ “Fire Alarm” ติดตั้งไว้ตามจุดต่างๆ ของอาคาร โดยวิธีการใช้งานมีดังนี้
- เปิดฝาครอบกระจกด้านหน้าแล้วดึงคันโยกลงมา แต่บางประเภทจะให้เราทุบให้แตกก่อน สามารถทุบได้เลยทันที
- หากเป็นรุ่นปุ่มกด ให้กดปุ่ม อุปกรณ์แจ้งเหตุเพลิงไหม้ ค้างไว้ประมาณ 3-5 วินาที หรือจนกว่าไฟสถานะจะทำงานและมีเสียงสัญญาณดังขึ้น
- หลังจากแจ้งเตือนแล้ว ให้รีบอพยพออกจากพื้นที่อย่างรวดเร็ว รวมถึงตะโกนเพื่อเตือนภัยผู้อื่นที่อยู่ภายในอาคาร
- เมื่อถึงจุดปลอดภัยแล้ว ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ดับเพลิงทันที
อุปกรณ์แจ้งเหตุเพลิงไหม้ด้วยมือ รวมถึงอุปกรณ์ส่งสัญญาณเตือนทุกประเภท จะต้องมีการบำรุงรักษาให้อยู่ในสภาพที่พร้อมต่อการใช้งานอยู่เสมอ โดยมีวิธีการบำรุงรักษาดังนี้
- หมั่นตรวจเช็กสภาพของอุปกรณ์อยู่เป็นประจำว่าสามารถใช้งานได้ปกติหรือไม่ ทั้งตัวสวิตช์และกระจกครอบ
- ทำความสะอาดตัวเครื่องอยู่เป็นประจำด้วยแปรงปัดฝุ่น หรือใช้เครื่องเป่าลม
- ทดสอบการใช้งานเครื่องในเวลาที่ไม่มีผู้คนอยู่ในอาคาร ใช้สำหรับอาคารสำนักงาน ออฟฟิศ เพื่อให้ทราบว่าตัวเครื่องนั้น
- พร้อมสำหรับการใช้งานอยู่ตลอดเวลา และควรระวังอย่าดึงตัวอุปกรณ์โดยที่ไม่จำเป็น เพราะอาจจะทำให้คนในอาคารมีอาการตื่นตระหนกได้
การติดตั้งและข้อควรรู้เกี่ยวกับอุปกรณ์แจ้งเหตุเพลิงไหม้ด้วยมือ
ในการติดตั้งอุปกรณ์แจ้งเหตุเพลิงไหม้ด้วยมือ จะต้องติดตั้งอยู่ในบริเวณที่ผู้คนสามารถมองเห็นได้ชัดเจน และเข้าถึงได้อย่างทันท่วงทีเมื่อเกิดเหตุไฟไหม้ โดยมาตรฐานระบุให้ติดตั้งสูงจากพื้นประมาณ 1.30 – 1.50 เมตร และแต่ละจุดห่างกันไม่เกิน 60 เมตร ตำแหน่งที่นิยมติดตั้งคือ หน้าประตูทางเข้า-ออก ตามบันไดหนีไฟของทุกๆ ชั้น ทางพักบันได หรือจุดสัญจรหลัก
สิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงถึงเพื่อความปลอดภัยและการใช้งานที่ถูกต้อง มีดังนี้
- ห้ามมีสิ่งกีดขวาง: บริเวณที่ติดตั้งอุปกรณ์ต้องโล่งเสมอ ห้ามนำตู้ ชั้นวางของ หรือต้นไม้ตกแต่งมาวางบังโดยเด็ดขาด เพื่อให้สามารถเข้าถึงได้ทันทีในภาวะฉุกเฉิน
- กระจกแตกไม่อันตราย: สำหรับรุ่นที่เป็นกระจก (Break Glass) หลายคนกังวลเรื่องการบาดเจ็บ แต่จริงๆ แล้วกระจกถูกออกแบบมาพิเศษให้แตกละเอียดหรือมีการเคลือบพลาสติกไว้ จึงไม่บาดมือผู้ใช้งานเมื่อต้องทุบเพื่อแจ้งเหตุ
- เสียงเตือนจะไม่หยุดที่ตัวเครื่อง: เมื่อดึงหรือกดแจ้งเหตุแล้ว เสียงสัญญาณจะดังต่อเนื่องและไม่สามารถปิดที่ตัวอุปกรณ์ได้ การหยุดเสียงจะต้องทำโดยเจ้าหน้าที่ที่ตู้ควบคุมหลัก (FCP) เท่านั้น ดังนั้นเมื่อแจ้งเหตุแล้วให้รีบอพยพทันที
อุปกรณ์แจ้งเหตุเพลิงไหม้ด้วยมือเป็นอุปกรณ์สำคัญในการแจ้งเตือนเหตุเพลิงไหม้ ช่วยปกป้องชีวิตและทรัพย์สินจากอัคคีภัย ดังนั้น ควรศึกษาและทำความเข้าใจวิธีการใช้งานเพื่อให้สามารถแจ้งเหตุได้อย่างรวดเร็วและถูกต้อง และเพื่อให้พร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินได้อย่างมีประสิทธิภาพ
หากต้องการติดตั้งอุปกรณ์แจ้งเหตุเพลิงไหม้ด้วยมือ ติดต่อได้ที่ บริษัท เอโอวี เอ็นจิเนียริ่ง ผู้นำด้านการติดตั้งระบบดับเพลิงแบบครบวงจร ตั้งแต่การติดตั้งระบบดับเพลิงด้วยน้ำชนิดท่อยืน, ระบบดับเพลิงชนิดหัวกระจายน้ำดับเพลิงอัตโนมัติ, ระบบดับเพลิงชนิดโปรยน้ำฝอย, ระบบดับเพลิงด้วยโฟม, ระบบดับเพลิงด้วยก๊าซ ตลอดจนการออกแบบห้องเครื่องสูบน้ำระบบดับเพลิง ระบบสัญญาณแจ้งเตือนอัคคีภัย และห้องทนไฟ ผนังทนไฟสำหรับห้องเก็บวัตถุไวไฟ ที่มีความสอดคล้องกับกฎหมายไทยและเป็นไปตามมาตรฐานสากลอันเป็นที่ยอมรับ เช่นมาตรฐาน NFPA หรือมาตรฐาน FM Global เป็นต้น ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด
ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
Facebook :www.facebook.com/aovengineer/
LINE : @aovengineering
Email :naowarat@aoveng.com
Tel :02-7625606-8, 086-3126054
Fax :02-7625609