บริษัทรับติดตั้งระบบดับเพลิงเอโอวีเอ็นจิเนียริ่งจำกัด
ประเภทของปั๊มน้ำดับเพลิง

เปรียบเทียบความแตกต่างของปั๊มน้ำดับเพลิงที่ใช้พลังงานไฟฟ้า
และปั๊มน้ำดับเพลิงที่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์

ชวนรู้จักประเภทของปั๊มน้ำดับเพลิง เพื่อให้คุณเลือกใช้งาน
ได้อย่างเหมาะสมและปลอดภัย

หัวใจสำคัญของระบบป้องกันอัคคีภัยหรือดับเพลิงก็คือ ปั๊มน้ำดับเพลิง ที่มีหน้าที่ในการจ่ายน้ำไปสู่ระบบสปริงเกอร์หรือสายฉีดน้ำ เพื่อระงับเหตุอัคคีภัยที่อาจเกิดขึ้นได้ในอาคารตลอด 24 ชั่วโมงได้อย่างทันท่วงที การวางระบบปั๊มน้ำดับเพลิงนั้นจึงสัมพันธ์กับระบบน้ำในอาคารเนื่องจากต้องส่งน้ำขึ้นไปในอาคารด้วยแรงดันและปริมาณน้ำที่เพียงพอ จึงจำเป็นต้องเลือกติดตั้งปั๊มด้วยระบบที่เหมาะสม รวมไปถึงการดูแลและบำรุงรักษาระยะยาวอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้การใช้งานที่อาจจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ก็ได้นั้นสามารถเป็นไปได้อย่างราบรื่น

วันนี้ มารู้จักกับประเภทของปั๊มน้ำดับเพลิง เพื่อการใช้งานที่เหมาะสมกับอาคารของคุณ ไม่ว่าจะคุณจะเป็นเจ้าของโรงงาน คอนโดมิเนียม โรงพยาบาล ธนาคาร หรือห้างสรรพสินค้า ก็สามารถติดตั้งระบบอัคคีภัยได้ถูกต้องและปลอดภัยได้

ปั๊มน้ำดับเพลิง (Fire Pump) สามารถแบ่งได้ออกเป็น 2 ประเภทหลัก ๆ  คือปั๊มที่ทำงานด้วยระบบไฟฟ้า และปั๊มที่ทำงานด้วยเครื่องยนต์ดีเซล ทำให้ส่วนประกอบและอุปกรณ์ที่ใช้ในระบบของปั๊มทั้ง 2 ประเภทก็จะมีความแตกต่างกัน ต้องออกแบบและวางระบบที่แตกต่างกัน รวมทั้งยังมีข้อดีข้อเสียที่ต่างกันออกไปด้วย ผู้ประกอบการจึงจำเป็นต้องเลือกปั๊มน้ำดับเพลิงให้เหมาะสมและสอดคล้องไปกับระบบอื่น ๆ ทั้งระบบน้ำ ไฟฟ้า และรูปแบบการวางท่อของอาคาร เพื่อให้ระบบป้องกันอัคคีภัยทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย  

รู้จักปั๊มน้ำดับเพลิงชนิดขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า

ELECTRIC-FIRE-PUMP
ELECTRIC FIRE PUMP

  1. เครื่องสูบน้ำดับเพลิงใช้แหล่งน้ำที่สกปรก เนื่องจากเครื่องสูบน้ำดับเพลิงต้องใช้งานร่วมกับระบบน้ำปะปาที่สะอาด เพื่อให้สารในเครื่องทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากใช้แหล่งน้ำธรรมชาติ เช่น น้ำจากแม่น้ำ เป็นต้น ตะกอนหรือจุลินทรีย์จากน้ำที่สกปรกอาจทำให้มีอายุการใช้งานที่สั้นลงและต้องทำความสะอาดบ่อยขึ้น การเลือกใช้แหล่งน้ำที่สะอาดจึงเป็นสิ่งสำคัญมาก 

  2. การที่ไม่ได้ใช้งานระบบ Fire pump เป็นเวลานาน จะทำให้เครื่องยนต์และระบบต่างๆ ฝืดเคืองและทำงานผิดปกติ จึงควรสตาร์ท Fire Pump ให้ได้อย่างน้อยสัปดาห์ละ 30 นาที 

  3. ข้อต่อหัวจ่ายน้ำของ Fire pump มีน้ำรั่วซึม ปัญหาจากการเสื่อมของหัวซีลที่อาจลุกลามไปสู่ส่วนอื่นๆ อย่างเช่นความดันหรือระดับน้ำในเครื่องที่ไม่เหมาะสม จึงจำเป็นต้องหมั่นตรวจสอบจุดรั่วไหลของเครื่องเป็นประจำ​ 

  4. การมองข้ามการบำรุงรักษาระบบ Fire pump อาจก่อให้เกิดอันตรายที่เกิดความสูญเสียขึ้นได้ เพราะเมื่อมีเหตุจำเป็นที่จะต้องใช้งานขึ้นมาแล้วเครื่องมีปัญหา อาจทำให้เกิดปัญหาเพลิงไหม้ที่ไม่สามารถควบคุมได้

  5. Fire pump ไม่ได้รับการตรวจรับรองประจำปี ตามปรกาศกระทรวงอุตสาหกรรม ปี2552 ได้มีการระบุไว้ว่า “โรงงานต้องตรวจสอบ ทดสอบ และบำรุงรักษา อุปกรณ์ป้องกันและระงับอัคคีภัยให้พร้อมใช้งานตลอดเวลา ให้เป็นไปตามมาตรฐานสากลที่เป็นที่ยอมรับ” 

แนวทางในการตรวจสอบระบบ Fire pump เครื่องสูบน้ำดับเพลิง รู้ก่อนเพื่อลดปัญหาและแก้ไขอย่างมีประสิทธิภาพ  

  1. ติดตั้งเครื่องมือวัดสำหรับการทดสอบประสิทธิภาพ Fire pump เพื่อตรวจวัดระดับต่างๆ โดยจะต้องแจ้งส่วนต่างๆ เพื่อประสานงานให้ทุกภาคส่วนเข้าใจสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นและติดเครื่องมือวัด ทดสอบสภาพได้โดยระบบแจ้งเตือนไฟไหม้ไม่ทำงานจนเกิดการแตกตื่น
  1. การตรวจสอบหรือทดสอบประสิทธิภาพระหว่างการทำงาน การทดสอบจำเป็นต้องเปิดระบบเพื่อให้ Fire pump ได้ลองทำงานและตรวจหาส่วนที่เสื่อมสภาพได้ถูกจุด
  1. คืนสภาพเข้าสู่ภาวะปกติของระบบ Fire pump ตรวจสอบระบบทั้งหลังเปิดและปิดเครื่องเพื่อความปลอดภัยในระยะยาว
  1. ตั้งค่าการทำงานของระบบ Fire pump หากตรวจพบความผิดปกติที่สามารถแก้ไขได้โดยการตั้งค่าใหม่ ก็สามารถปรับและตั้งค่าได้ทันที แต่หากมีบางอุปกรณ์ที่เสื่อมโทรม อาจต้องแจ้งทีมผู้เชี่ยวชาญให้เข้ามาประเมินและเปลี่ยนอุปกรณ์เหล่านั้นทันที
  1. ประเมินผลการทดสอบ Fire pump เมื่อประเมินผลการทดสอบแล้วก็จะทำให้สามารถประเมินการใช้งาน ความสมบูรณ์ และประสิทธิภาพการทำงาน รวมถึงการกำหนดการตรวจสอบในรอบถัดไปได้

ปั๊มน้ำดับเพลิงชนิดขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า เป็นระบบปั๊มที่ใช้พลังงานจากไฟฟ้าเป็นหลัก แรงดันน้ำที่ส่งออกไปยังท่อและสปริงเกอร์จะออกมาจากแหล่งจ่ายไฟฟ้า  โดยมีลักษณะเฉพาะและข้อจำกัดที่คุณควรรู้ ดังนี้

  1. บำรุงรักษาง่าย: ปั๊มน้ำชนิดนี้มีการออกแบบและบำรุงรักษาทำได้ง่ายกว่าเครื่องยนต์ เนื่องจากไม่ต้องใช้เชื้อเพลิงภายนอก สามารถทำงานได้ทันทีที่มีกำลังไฟฟ้า ต่างจากเครื่องยนต์ดีเซลที่ต้องใช้เวลาในการเริ่มต้นใช้งาน อีกทั้งยังไม่ต้องมีการเผาไหม้ ทำให้ระบบสะอาดและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

  2. ความสะดวกของระบบ: เป็นปั๊มน้ำที่ใช้พลังงานไฟฟ้าวิ่งผ่านอาคารได้ง่ายกว่า โดยเฉพาะในอาคารสูงที่มีโซนแรงดันหลายจุด การรับพลังงานไฟฟ้าง่ายกว่าการรับน้ำมันดีเซล เกิดความสะดวก แต่ก็ต้องมีระบบไฟฟ้าสำรองที่เตรียมพร้อมไว้เสมอ เนื่องจากต้นเหตุของเกิดอัคคีภัยนั้นอาจมาจากระบบไฟฟ้า ซึ่งเหตุฉุกเฉินที่จะเกิดขึ้นทำให้ต้องตัดระบบไฟฟ้าก่อนเป็นอันดับแรก

  3. มีมาตรฐาน NFPA 20: ปั๊มน้ำชนิดนี้มีมาตรฐานกำหนดให้มอเตอร์ไฟฟ้าต้องต่อกับแหล่งไฟฟ้าสำรอง สวิตช์ควบคุมการสลับแหล่งพลังงานจะเปลี่ยนไปใช้ไฟสำรองโดยอัตโนมัติเมื่อสูญเสียพลังงานจากไฟหลัก ทำให้การทำงานของเครื่องยังทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  4. จำเป็นต้องมีแหล่งจ่ายไฟฟ้าที่เชื่อถือได้: เพราะต้องใช้กำลังไฟฟ้า เพื่อให้เครื่องใช้งานได้ทั้งในสภาวะปกติและภาวะฉุกเฉิน ตัวอย่างแหล่งไฟฟ้าที่เชื่อถือได้ เช่น หม้อแปลงไฟฟ้าหรือเครื่องกำเนิดไฟฟ้า ด้วยกำลังไฟฟ้าที่ต้องเพียงพอตลอดการจัดการอัคคีภัย

  5. จำเป็นต้องมีแหล่งไฟฟ้าสำรอง: โดยมีเงื่อนไขแหล่งไฟฟ้าสำรองจะต้องใช้งานได้ภายใน 10 วินาทีหลังสูญเสียพลังงาน และใช้งานได้อย่างน้อย 8 ชั่วโมง ต้องรองรับกระแสไฟมากถึงหกเท่าของกระแสโหลดเต็ม หากขนาดเครื่องกำเนิดไฟฟ้ารองรับแค่โหลดเต็มจะถือว่าไม่เพียงพอ ทั้งยังต้องมีการควบคุมขนาดเครื่องกำเนิดไฟฟ้า เพราะปั๊มส่วนใหญ่มีกำลังสูง (150-250 แรงม้า) จึงต้องมีการควบคุมให้เครื่องกำเนิดไฟฟ้ารองรับโหลดเริ่มต้น


รู้จักปั๊มน้ำดับเพลิงชนิดขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์

DIESEL-ENGINE-FIRE-PUMP


DIESEL ENGINE FIRE PUMP

ปั๊มน้ำดับเพลิงชนิดขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์และน้ำมันดีเซลเป็นตัวสร้างแรงดันให้น้ำจากปั๊มถูกส่งต่อไปยังสปริงเกอร์ในอาคาร ใช้พลังงานน้ำมันแทนไฟฟ้า โดยมีลักษณะเฉพาะและข้อจำกัดที่คุณควรรู้ ดังนี้ 

  • ทำงานได้ทุกสถานการณ์: ปั๊มน้ำขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์สามารถทำงานได้แม้ไม่มีไฟฟ้า เนื่องจากสามารถใช้แบตเตอรี่ 2 ชุดในการทำงาน มีความสำคัญในกรณีที่เกิดเพลิงไหม้และมีการตัดไฟฟ้าเพื่อป้องกันไฟฟ้าลัดวงจร ซึ่งเป็นระบบที่มั่นใจได้ว่าจะไม่ก่อให้เกิดอัคคีภัยเสียเอง

  • มีการบำรุงรักษาไวกว่า: หากเทียบกับระบบที่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า ระบบที่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์จำเป็นต้องได้รับการบำรุงรักษาที่ไวกว่า เนื่องจากขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์แบบดีเซลและต้องการการเผาไหม้ในการใช้งาน ทำให้มีอุปกรณ์หลายชิ้นและมีการเสื่อมสภาพเร็วกว่า จำเป็นต้องตรวจสอบและทดสอบการทำงานบ่อยครั้งเพื่อให้แน่ใจว่าเครื่องอยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน 

  • ต้องติดตั้งและจัดเก็บอย่างเหมาะสม: เพราะถังน้ำมันเชื้อเพลิงของปั๊มน้ำอาจติดไฟได้ง่าย จึงต้องเก็บไว้ในห้องเครื่องหรือบริเวณใกล้เคียง โดยมีการจัดการเรื่องระบบระบายอากาศจากท่อไอเสียที่เกิดจากการเผาไหม้ของเครื่องยนต์ เพื่อไม่ให้ปั๊มน้ำกลายเป็นปัญหาเสียเอง

  • ข้อจำกัดในการติดตั้งในอาคาร: การติดตั้งปั๊มน้ำประเภทนี้ภายในอาคารเป็นเรื่องยุ่งยาก เนื่องจากต้องมีการระบายอากาศและพื้นที่เพียงพอสำหรับถังน้ำมัน รวมถึงมีระบบการดูแลรักษาที่มากกว่าในเรื่องความสะอาดและเขม่าควันที่อาจเกิดขึ้นได้ จึงเหมาะสำหรับการติดตั้งที่ชั้นล่างของอาคาร ใกล้ผนังด้านนอกหรือในห้องเครื่องแยกต่างหาก เพื่อการระบายอากาศและการเติมเชื้อเพลิงที่สะดวก

จะเห็นได้ว่าปั๊มน้ำดับเพลิงนั้นทั้งสองประเภทนี้ มีลักษณะเฉพาะที่มีความโดดเด่น รวมถึงมีข้อจำกัดที่จำเป็นต้องพิจารณา เพื่อเลือกใช้ให้เหมาะสม โดยอาจต้องคำนึงถึงเรื่องของรูปแบบการใช้งาน การวางระบบ และการติดตั้งก่อนการเลือกใช้งาน ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความปลอดภัยและความเหมาะสม โดยไม่เป็นภาระให้กับผู้ใช้งานหรือก่อให้เกิดปัญหาอื่น ๆ ตามมา

หากคุณกำลังมองหาปั๊มน้ำดับเพลิงที่มีมาตรฐาน แต่ยังไม่แน่ใจว่าต้องการใช้งานในระบบไหน บริษัท เอโอวี เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด เราสามารถให้คำปรึกษา พร้อมแนะนำในเรื่องของการวางระบบในภาพรวมและรายละเอียดอุปกรณ์ต่าง ๆ ให้กับคุณได้ โดยทีมวิศวกรที่มีประสบการณ์ในด้านงานดับเพลิงกว่า 20 ปี ทำให้หมดห่วงเรื่องการเลือกใช้และติดตั้งปั๊มน้ำดับเพลิงให้กับอาคารของคุณ

ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการติดตั้งระบบดับเพลิง
Facebook :www.facebook.com/aovengineer/
LINE : @aovengineering
Email :naowarat@aoveng.com
Tel :02-7625606-8, 086-3126054
Fax :02-7625609