ผลเสียที่อาจเกิดขึ้นถ้าไม่ติดตั้ง Fire Pump ให้ถูกต้อง
ผลเสียที่อาจเกิดขึ้นถ้าไม่ติดตั้ง Fire Pump ให้ถูกต้อง
ข้อควรระวังหากไม่ติดตั้ง Fire Pump ให้เหมาะสม
ปัจจุบันในระบบป้องกันอัคคีภัย Fire Pump (ปั๊มน้ำดับเพลิง) นั้นถือเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยให้การจ่ายน้ำเพื่อควบคุม และ ดับเพลิงเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในอาคารสูง โรงงานอุตสาหกรรม คลังสินค้า ห้างสรรพสินค้า หรือ พื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดเพลิงไหม้ หากการติดตั้ง Fire Pump ไม่ได้มาตรฐาน ไม่ถูกต้อง หรือ ขาดการตรวจสอบ อาจก่อให้เกิดปัญหาร้ายแรงที่ไม่เพียงแต่ส่งผลต่อความปลอดภัยของอาคาร แต่ยังอาจสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจ และ ที่สำคัญที่สุด คือ อาจนำไปสู่การสูญเสียชีวิตได้ ดังนั้นในบทความนี้ เราจะมาทำความเข้าใจว่า Fire Pump คืออะไร ทำงานอย่างไร และ ผลเสียที่จะเกิดขึ้นหากไม่ติดตั้งให้ถูกต้อง รวมถึงแนวทางที่ควรปฏิบัติเพื่อให้ระบบดับเพลิงพร้อมใช้งานเสมอ
ทำความเข้าใจ Fire Pump คืออะไร และ มีความสำคัญอย่างไร
ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่า Fire Pump คือ ปั๊มน้ำดับเพลิงที่เป็นส่วนหนึ่งของระบบป้องกันอัคคีภัย ซึ่งทำหน้าที่เพิ่มแรงดันน้ำเพื่อจ่ายไปยังระบบสปริงเกอร์ (Sprinkler), ระบบท่อจ่ายน้ำดับเพลิง (Standpipe System) และ หัวฉีดดับเพลิงต่าง ๆ โดยประเภทของ Fire Pump ที่ใช้กันบ่อยๆ นั้นได้แก่
- Electric Fire Pump – ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า ใช้งานง่าย ควบคุมสะดวก แต่ต้องมั่นใจว่ามีแหล่งจ่ายไฟสำรอง
- Diesel Fire Pump – ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดีเซล ใช้ในกรณีที่ไม่สามารถพึ่งพาไฟฟ้าได้ตลอดเวลา
- Jockey Pump – ปั๊มขนาดเล็ก ทำหน้าที่รักษาแรงดันน้ำในระบบ ลดการทำงานที่บ่อยเกินไปของ Fire Pump หลัก
ผลเสียที่อาจเกิดขึ้นหากไม่ติดตั้ง Fire Pump ให้เหมาะสม
ความดันน้ำไม่เพียงพอในการดับเพลิง
หากติดตั้ง Fire Pump ไม่ถูกต้อง ไม่ว่าจะเป็นการเลือกขนาดที่เล็กเกินไป ท่อดูดน้ำไม่เหมาะสม หรือไม่มีการปรับตั้งค่าแรงดันตามมาตรฐาน จะทำให้เมื่อเกิดเพลิงไหม้ แรงดันน้ำจะไม่เพียงพอ ซึ่งส่งผลให้สปริงเกอร์ หรือ หัวจ่ายน้ำดับเพลิงทำงานได้ไม่เต็มที่ ทำให้ควบคุมไฟได้ยาก และ ไฟลุกลามอย่างรวดเร็ว
เสี่ยงต่อการทำงานล้มเหลวในยามฉุกเฉิน
ระบบ Fire Pump ที่ติดตั้งผิดมาตรฐาน เช่น ไม่มีวาล์วกันกลับ (Check Valve), ไม่มีระบบควบคุมอัตโนมัติ หรือ เดินสายไฟไม่ถูกต้อง อาจทำให้ปั๊มไม่เริ่มทำงานเมื่อต้องการใช้งานจริง หากเกิดไฟไหม้ขึ้น ระบบดับเพลิงจะไร้ประสิทธิภาพทันที
ค่าใช้จ่ายซ่อมบำรุงที่สูงขึ้น
การติดตั้งที่ไม่ได้มาตรฐานอาจทำให้ Fire Pump สึกหรอเร็วกว่าปกติ เช่น ปั๊มทำงานหนักเกินไป มอเตอร์ไหม้ ซีลรั่ว หรือ เพลาหมุนชำรุด ปัญหาเหล่านี้ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซม หรือ เปลี่ยนอุปกรณ์ใหม่ และ หากเกิดบ่อยๆครั้ง ต้นทุนในการดูแลรักษาจะสูงกว่าการติดตั้งอย่างถูกต้องตั้งแต่แรกหลายเท่า
ความเสี่ยงต่อการถูกปฏิเสธความคุ้มครองจากบริษัทประกั
นภัยบริษัทประกันส่วนใหญ่มักมีข้อกำหนดชัดเจนว่า อาคาร หรือ โรงงานต้องมีระบบดับเพลิงที่ได้มาตรฐาน หาก Fire Pump ไม่ได้รับการติดตั้งอย่างถูกต้อง หรือ ไม่ได้ตรวจสอบตามรอบเวลา เมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้ บริษัทประกันอาจปฏิเสธการจ่ายค่าสินไหม ซึ่งส่งผลให้ผู้ประกอบการต้องรับภาระค่าเสียหายมหาศาลเอง
ผลกระทบทางกฎหมาย และ การตรวจสอบ
อาคารที่ไม่มีระบบ Fire Pump ที่ถูกต้องเหมาะสม อาจไม่ผ่านการตรวจสอบตามกฎหมายควบคุมอาคาร หรือ มาตรฐานความปลอดภัยจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งส่งผลให้ไม่สามารถขอใบอนุญาตประกอบกิจการ หรือ อาจถูกสั่งปรับ ปิดอาคาร หรือ หยุดการดำเนินงานได้
ความเสียหายต่อชีวิต และ ทรัพย์สิน
ผลร้ายแรงที่สุดคือ การสูญเสียชีวิต และ ทรัพย์สินของผู้อยู่อาศัย หรือ พนักงานภายในอาคาร หาก Fire Pump ไม่สามารถทำงานปกติได้เมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้จริง การอพยพอาจไม่ทัน และ ทำให้ทรัพย์สินเสียหายเกินกว่าจะประเมินค่าได้
แนวทางการติดตั้ง Fire Pump ให้ถูกต้อง และ ปลอดภัย
เพื่อป้องกันปัญหา Fire Pump ทำงานผิดปกตินั้นเราควรดำเนินการดังต่อไปนี้ เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่อาจตามมา เช่น
เลือกขนาด Fire Pump ให้เหมาะสม
ในการเลือกใช้งาน Fire Pump ควรพิจารณาขนาดอาคาร จำนวนชั้น พื้นที่ใช้สอย และ ประเภทกิจกรรมในอาคารก่อน โดยคำนวณอัตราการไหล (Flow Rate) และ แรงดัน (Pressure) ให้เหมาะสมที่ต้องการตามมาตรฐาน NFPA หรือ มาตรฐานสากล
ติดตั้งตามมาตรฐานสากล
ในการติดตั้ง Fire Pump ควรติดตั้งตามมาตราสากล เช่น NFPA 20, มอก. หรือ มาตรฐานวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ซึ่งต้องมีอุปกรณ์เสริมครบ เช่น วาล์วกันกลับ เกจวัดแรงดัน ระบบควบคุมอัตโนมัติ และ ท่อดูดน้ำที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางเหมาะสม
มีแหล่งจ่ายพลังงานสำรอง
ในการติดตั้ง Fire Pump หากเป็น Electric Pump ต้องมี Generator สำรองเผื่อในกรณีฉุกเฉิน และ หากใช้ Diesel Pump ต้องตรวจสอบปริมาณเชื้อเพลิง และ ระบบสตาร์ทอยู่เสมอ
บำรุงรักษา และ ตรวจสอบเป็นประจำ
ในการติดตั้ง Fire Pump ควรหมั่นตรวจสอบการทำงานของปั๊มรายเดือนทุกเดือน อีกทั้งทดสอบระบบอัตโนมัติ และ แรงดันน้ำอยู่เสมอ และ ทำการบันทึกผลการตรวจสอบเพื่อติดตามผล
เลือกผู้เชี่ยวชาญในการติดตั้ง
ในการติดตั้ง Fire Pump ควรใช้บริการวิศวกร หรือ บริษัทที่มีประสบการณ์ตรง โดยควรตรวจสอบใบอนุญาต และ มาตรฐานการทำงานก่อนจ้างติดตั้งทุกครั้ง
จากที่กล่าวมาทั้งหมดจะพบว่าการติดตั้ง Fire Pump ให้ถูกต้อง และ ได้มาตรฐานไม่ใช่แค่เรื่องของกฎหมาย แต่เป็นการปกป้องชีวิต และ ทรัพย์สินอย่างแท้จริง หากติดตั้งไม่ถูกต้อง ความเสียหายที่เกิดขึ้นอาจร้ายแรงกว่าที่คาดคิด ตั้งแต่แรงดันน้ำไม่เพียงพอ ระบบไม่ทำงาน ค่าใช้จ่ายบานปลาย ปัญหาประกันภัย ไปจนถึงความสูญเสียที่ไม่สามารถประเมินค่าได้ ดังนั้น ผู้ประกอบการ และ เจ้าของอาคารควรตระหนักถึงความสำคัญของ Fire Pump และ ดำเนินการติดตั้งโดยผู้เชี่ยวชาญ พร้อมทั้งตรวจสอบและ บำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้มั่นใจว่าระบบดับเพลิงพร้อมทำงานทุกครั้งที่เกิดเหตุฉุกเฉิน ดังนั้นหากสนใจในการติดตั้ง Fire Pump อย่างเหมาะสมนั้นเราขอแนะนำ บริษัท เอโอวี เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทรับติดตั้งระบบดับเพลิง ที่มีคุณภาพได้มาตรฐาน โดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญ มีประสบการณ์มากกว่า 20 ปี เราเชี่ยวชาญในการติดตั้งระบบดับเพลิงทุกประเภท ทั้ง Fire Pump ระบบดับเพลิงอัตโนมัติด้วยแก๊ส CO2 ระบบดับเพลิงอัตโนมัติด้วยน้ำ และ ระบบดับเพลิงอัตโนมัติด้วยโฟม ทีมช่างของเอโอวี เอ็นจิเนียริ่งได้รับการอบรมจากผู้เชี่ยวชาญมีทักษะ และ ประสบการณ์สูง จึงมั่นใจได้ว่าระบบดับเพลิงที่ติดตั้งจะมีประสิทธิภาพ และ ปลอดภัย
ติดต่อสอบถาม
บริษัท เอโอวี เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด21/3 ม.10 ต. บางแก้ว อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ 10540
Facebook :www.facebook.com/aovengineer/
LINE : @aovengineering
Email :naowarat@aoveng.com
Tel :02-7625606-8, 086-3126054
Fax :02-7625609