กฎหมายกำหนดให้ติดตั้ง Fire Alarm ในอาคารประเภทใดบ้าง
เข้าใจข้อกฎหมายในการกำหนดให้ติดตั้ง Fire Alarm ในอาคารประเภทใดบ้าง
อัคคีภัยถือเป็นหนึ่งในภัยพิบัติที่สร้างความเสียหายต่อชีวิต ทรัพย์สิน และธุรกิจได้อย่างรุนแรง หลายๆ เหตุการณ์ในอดีตแสดงให้เห็นว่าการขาดระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ที่มีประสิทธิภาพสามารถทำให้การอพยพผู้คนล่าช้า ส่งผลให้เกิดความสูญเสียจำนวนมาก ดังนั้น ระบบ Fire Alarm หรือระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้จึงกลายเป็นอุปกรณ์ด้านความปลอดภัยที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในอาคารทุกประเภท โดยในประเทศไทย ได้มีกฎหมาย และมาตรฐานด้านอาคารที่กำหนดให้อาคารบางประเภทต้องติดตั้ง Fire Alarm เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัคคีภัย และเพิ่มความปลอดภัยให้แก่ผู้ใช้อาคาร โดยข้อกำหนดเหล่านี้ครอบคลุมทั้งอาคารสูง อาคารขนาดใหญ่พิเศษ โรงงาน โรงแรม โรงพยาบาล ห้างสรรพสินค้า และสถานประกอบการที่มีผู้ใช้งานจำนวนมาก ดังนั้นบทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจข้อกำหนดทางกฎหมาย ประเภทของอาคารที่ต้องติดตั้งระบบ Fire Alarm และบทลงโทษหากฝ่าฝืนตามกฎหมายกำหนด
การจำแนกประเภทอาคารที่กฎหมายบังคับให้ติดตั้ง Fire Alarm
กฎหมายหลักที่ควบคุมการติดตั้งระบบสัญญาณเตือนเพลิงไหม้ในประเทศไทย คือ พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 และกฎกระทรวงที่ออกตาม พ.ร.บ. นี้ ได้บังคับให้ผู้ประกอบการปฏิบัติ โดยสามารถแบ่งเกณฑ์การบังคับใช้ตามประเภทและขนาดของอาคารออกเป็นกลุ่มหลักๆ ได้ดังนี้
กลุ่มที่ 1: อาคารสูง และอาคารขนาดใหญ่พิเศษ
นี่คือกลุ่มอาคารที่มีความเสี่ยงสูงสุดเนื่องจากมีโครงสร้างซับซ้อน และมีผู้อยู่อาศัยเป็นจำนวนมาก กฎหมายที่ควบคุมโดยตรงคือ กฎกระทรวง ฉบับที่ 33 (พ.ศ. 2535) ซึ่งระบุคำนิยาม และข้อบังคับไว้ดังนี้
- อาคารสูง: อาคารที่บุคคลอาจเข้าอยู่ หรือเข้าใช้สอยได้ โดยมีความสูงตั้งแต่ 23 เมตรขึ้นไป (การวัดความสูงวัดจากระดับพื้นดินถึงพื้นดาดฟ้า หรือยอดผนังอุโมงค์สำหรับหลังคาทรงจั่ว/ปั้นหยา)
- อาคารขนาดใหญ่พิเศษ: อาคารที่ก่อสร้างขึ้นเพื่อใช้อาคาร หรือส่วนหนึ่งส่วนใดเป็นที่อยู่อาศัย หรือประกอบกิจการ โดยมีพื้นที่รวมกันทุกชั้นในหลังเดียวกันตั้งแต่ 10,000 ตารางเมตรขึ้นไป
กลุ่มที่ 2: ตึกแถว ห้องแถว บ้านแถว และอาคารทั่วไป
สำหรับอาคารขนาดรองลงมา กฎหมายที่ควบคุมคือ กฎกระทรวง ฉบับที่ 39 (พ.ศ. 2537) ซึ่งมุ่งเน้นควบคุมอาคารพาณิชย์ และที่อยู่อาศัยรวมที่มีความหนาแน่น โดยกำหนดให้ติดตั้งระบบ Fire Alarm ในอาคารต่อไปนี้
- ตึกแถว ห้องแถว บ้านแถว หรือบ้านแฝด ที่มีความสูงเกิน 2 ชั้นขึ้นไป: บังคับให้ติดตั้งระบบสัญญาณเตือนเพลิงไหม้อย่างน้อย 1 ชุดต่อชั้น และต่อคูหา
- อาคารที่มีความสูงตั้งแต่ 3 ชั้นขึ้นไป (ที่ไม่เข้าข่ายอาคารสูง): เช่น อพาร์ตเมนต์ อาคารสำนักงานขนาดกลาง โรงแรมขนาดเล็ก บังคับให้ติดตั้งระบบ Fire Alarm ในทุกชั้น
กลุ่มที่ 3: อาคารสาธารณะ และอาคารชุมนุมคน
อาคารกลุ่มนี้เป็นสถานที่ที่มีประชาชนเข้าไปรวมตัวกันเป็นจำนวนมาก ทำให้การอพยพมีความยากลำบากหากเกิดเหตุเพลิงไหม้ กฎกระทรวงฉบับที่ 39 (พ.ศ. 2537) และกฎหมายเฉพาะด้านสาธารณสุขบังคับให้อาคารต่อไปนี้ต้องติดตั้งระบบ Fire Alarm
- โรงมหรสพ: สถานที่ฉายภาพยนตร์ เล่นละคร หรือการแสดงคอนเสิร์ต
- หอประชุม: สถานที่จัดประชุม สัมมนา หรือนิทรรศการ
- โรงแรม และสถานพยาบาล: สถานที่ที่ผู้พำนักอาจไม่คุ้นเคยกับเส้นทางหนีไฟ หรือมีผู้ป่วยที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้
- สถานบริการ: ตามกฎกระทรวงกำหนดประเภท และระบบความปลอดภัยของอาคารที่ใช้เพื่อประกอบกิจการเป็นสถานบริการ พ.ศ. 2555 ผับ บาร์ ดิสโก้เทค ต้องมีระบบ Fire Alarm ที่เชื่อมต่อกับระบบแสงเสียงของร้าน (เมื่อเกิดเหตุ ระบบต้องตัดเสียงเพลง และเปิดไฟสว่างอัตโนมัติพร้อมส่งสัญญาณเตือน)
กลุ่มที่ 4: อาคารโรงงานอุตสาหกรรม และคลังสินค้า
โรงงาน และคลังสินค้าเป็นพื้นที่ที่มีการจัดเก็บวัตถุดิบ สารเคมี และสินค้าจำนวนมาก ซึ่งเป็นเชื้อไฟอย่างดี กฎหมายที่ควบคุมระบบป้องกันอัคคีภัยในโรงงานมี 2 หน่วยงานหลักๆ คือ
- กระทรวงอุตสาหกรรม: ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง การป้องกัน และระงับอัคคีภัยในโรงงาน พ.ศ. 2552 (และฉบับปรับปรุงเพิ่มเติม) บังคับให้ อาคารโรงงานทุกหลัง ต้องจัดให้มีอุปกรณ์ตรวจจับและแจ้งเหตุเพลิงไหม้ครอบคลุมทั่วทั้งอาคารตามความเหมาะสมของประเภทเชื้อเพลิง
- กระทรวงแรงงาน: กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับการป้องกัน และระงับอัคคีภัย พ.ศ. 2555 บังคับให้ สถานประกอบกิจการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ต้องติดตั้งระบบสัญญาณเตือนเพลิงไหม้ที่ส่งเสียงให้ลูกจ้างได้ยินอย่างทั่วถึง
บทลงโทษตามกฎหมาย และการตรวจสอบอาคาร
การละเลยไม่ติดตั้งระบบสัญญาณเตือนเพลิงไหม้ หรือปล่อยปละละเลยให้ระบบชำรุดเสียหายจนใช้งานไม่ได้ มีความผิดทางกฎหมายอย่างร้ายแรงตาม พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ซึ่งมีการกำหนดบทลงโทษ และมาตรการบังคับใช้ไว้ดังนี้
- บทลงโทษตาม พ.ร.บ. ควบคุมอาคาร
- การก่อสร้าง หรือดัดแปลงอาคารโดยไม่มีระบบป้องกันอัคคีภัยตามแบบที่กฎหมายกำหนด: มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ นอกจากนี้ยังมีโทษปรับรายวันอีกวันละไม่เกิน 10,000 บาท ตลอดเวลาที่ยังไม่ได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง (ตามมาตรา 65)
- ความรับผิดชอบทางอาญาเมื่อเกิดเหตุ: หากเกิดเพลิงไหม้ในอาคารที่ไม่มีระบบ Fire Alarm ตามกฎหมาย แล้วเป็นเหตุให้มีผู้บาดเจ็บ หรือเสียชีวิต เจ้าของอาคาร ผู้บริหาร หรือผู้จัดการนิติบุคคล อาจถูกดำเนินคดีอาญาในข้อหา "กระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย หรือได้รับอันตรายสาหัส" ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 ซึ่งมีโทษจำคุกสูงถึง 10 ปี
- กลไกการตรวจสอบอาคารประจำปี
กฎหมายควบคุมอาคารกำหนดให้อาคารเก้าประเภท (ครอบคลุมอาคารสูง อาคารขนาดใหญ่พิเศษ อาคารชุมนุมคน และโรงแรม) ต้องจัดให้มี "ผู้ตรวจสอบอาคาร" ที่ได้รับใบอนุญาตจากสภาวิศวกร หรือสภาสถาปนิก เข้ามาทำการตรวจสอบโครงสร้าง และระบบความปลอดภัยของอาคารเป็นประจำทุกปี
โดยในการตรวจสอบนี้ ระบบสัญญาณเตือนเพลิงไหม้เป็นหัวข้อตรวจสอบไฟลท์บังคับ หากผู้ตรวจสอบพบว่า
- ระบบ Fire Alarm ถูกปิดใช้งาน (Turn Off) หรืออยู่ในสภาวะ Fault
- แบตเตอรี่สำรองเสื่อมสภาพ
- อุปกรณ์ตรวจจับถูกทาสีทับ หรือมีจำนวนไม่ครบถ้วนตามแบบแปลน
ผู้ตรวจสอบอาคารจะไม่สามารถออกใบรับรองผลการตรวจสอบอาคาร (แบบ ร.1) ให้ได้ ซึ่งจะส่งผลให้อาคารนั้นไม่สามารถต่ออายุการใช้อาคารได้ และถือเป็นการใช้อาคารที่ผิดกฎหมาย ท้องถิ่นมีอำนาจสั่งห้ามใช้อาคาร หรือสั่งปิดอาคารชั่วคราวได้ทันที
จะเห็นว่ากฎหมายไทยได้กำหนดให้อาคารหลายๆ ประเภทต้องติดตั้งระบบ Fire Alarm เพื่อป้องกันความสูญเสียจากอัคคีภัย โดยเฉพาะอาคารสูง อาคารขนาดใหญ่พิเศษ โรงแรม โรงพยาบาล โรงงาน ห้างสรรพสินค้า คลังสินค้า และอาคารสาธารณะที่มีผู้ใช้งานจำนวนมาก ระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ไม่เพียงช่วยให้เป็นไปตามข้อกำหนดทางกฎหมายเท่านั้น แต่ยังมีบทบาทสำคัญในการปกป้องชีวิต และทรัพย์สินเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน ดังนั้นหากสนใจติดตั้งระบบ Fire Alarm เราขอแนะนำ บริษัท เอโอวี เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทรับติดตั้งระบบดับเพลิงครบวงจร ที่มีคุณภาพได้มาตรฐาน โดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญ มีประสบการณ์มากกว่า 20 ปี เราเชี่ยวชาญในการติดตั้งระบบดับเพลิงทุกประเภท ทั้ง ระบบ Fire Alarm ระบบดับเพลิงอัตโนมัติด้วยแก๊ส CO2 ระบบดับเพลิงอัตโนมัติด้วยน้ำ และระบบดับเพลิงอัตโนมัติด้วยโฟม ทีมช่างของเอโอวี เอ็นจิเนียริ่งได้รับการอบรมจากผู้เชี่ยวชาญมีทักษะ และประสบการณ์สูง จึงมั่นใจได้ว่าระบบดับเพลิงที่ติดตั้งจะมีประสิทธิภาพ และปลอดภัย
ติดต่อสอบถาม
บริษัท เอโอวี เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด
21/3 ม.10 ต. บางแก้ว อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ 10540
Tel : 02-7625606-8, 086-3126054 Fax: 02-7625609
Email : naowarat@aoveng.com